Landing page

นักเตะ เบลเยียม

พบกับเว็บไซต์กีฬาที่บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่าขุนพลปีศาจแดงแห่งยุโรป  ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารของทีม ฟุตบอลโลก เบลเยียม ที่ได้ตีตั๋วต่อไปชิงศึก FIFA World Cup ณ ประเทศรัสเซียน หลังจากผ่านเข้ารอบในโซนยุโรปมาเป็นทีมแรก  และแน่นอนสำหรับข่าวสารของทีมเราจะมีการอัพเดทให้แฟนบอลทุกคนทราบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้เรายังประวัตินักเตะของทีมแต่ละคน รวมไปถึงผลงานในการแข่งขันฟุตบอลโลกของทีมเบลเยียมสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง รับรองว่าแฟนๆ ของทีมปีศาจแดงแห่งยุโรปจะได้ข้อมูลไปอย่างจุใจแน่นอน

ย้อนดู!! ประวัติทีมชาติเบลเยียม ที่ได้รับขนานนามว่าปีศาจแดงแห่งยุโรป

ประเทศเบลเยียมมีทีมฟุตบอลที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง สามารถผ่านเวทีในระดับโลกมาได้มากมาย ว่ากันว่านี่คือหนึ่งในทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีมากที่สุดทีมหนึ่งในโลก แต่ทว่าทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กว่าจะได้รับความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉะนั้นวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับฟุตบอลทีมชาติเบลเยียมทีมนี้ว่าเขามีประวัติความเป็นมาอย่างไร และมีดีอะไรถึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของโลกได้

จุดเริ่มต้น

กีฬาฟุตบอลในเบลเยียมได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอังกฤษ เริ่มเล่นในโรงเรียน มหาวิทยาลัย จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและได้ก่อตั้งสมาคมฟุตบอลเบลเยียมรอยัล (URBSFA) ขึ้นมา ซึ่งฟุตบอลทีมชาติเบลเยียมเป็นทีมตัวแทนของประเทศในการแข่งขันระหว่างประเทศของฟุตบอลชาย เคยได้ที่ 4 ในฟุตบอลโลกปี 1986 และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ก็เคยได้ที่ 2 ในปี ค.ศ. 1980

การจัดอันดับ FIFA ทีมชาติเบลเยียมปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 5 (16 ตุลาคม 2017) เคยอยู่อันดับต่ำสุดคือ 71  ส่วนในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นทีมฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก นับเป็นทีมที่ได้อันดับ 1 โดยที่ไม่เคยได้แชมป์ในรายการใหญ่ๆ ทั้งฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาก่อน

เบลเยียม บอลโลก

ฉายาในวงการฟุตบอล

“The Red Devils” ซึ่งประเทศเบลเยียมมีการใช้ภาษาพูด 3 ภาษา ทั้งดัตช์, ฝรั่งเศส และเยอรมนี คำว่า The Red Devils เป็นฉายาที่นักข่าวใช้เรียกกัน ส่วนที่บ้านเรานิยมเรียก “ปีศาจแดงแห่งยุโรป

สนามกีฬาหลัก

“สนามคิงโบดวง” ความจุอยู่ที่ 50,122 ที่นั่ง เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 1930 โดยใช้ชื่อว่า “สต๊าด ดู เซนเตแนร์ ออร์ จูเบลสตาดิโอน” จากนั้นในปี 1946 เปลี่ยนชื่อมาเป็น “เฮย์เซล สตาดิโอน” และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในปี 1995 มาเป็น “คิง โบดวง” เพื่อเป็นเกียรติให้กับกษัตริย์ “โบดวง/เบาเดอไวน์” แห่งราชาอาณาจักรเบลเยียม ที่เสด็จสวรรคตในปี 1993 พร้อมกับการปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ แต่ในปี 2019 สนามคิงโบดวงจะไม่ได้เป็นสนามเหย้าของทีมชาติเบลเยียมอีกต่อไป เนื่องจากพวกเขามีการเนรมิตสนามกีฬาแห่งชาติแห่งใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “ยูโรสเตเดี้ยม” เพื่อรองรับการแข่งขันยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึง โดยมีความจุถึง 60,000 ที่นั่ง ถือเป็นสนามที่ทันสมัยและอลังการมากกว่าสนามเดิมหลายเท่า

เส้นทางสู่ FIFA World Cup Russia 2018

เบลเยียมนับเป็นชาติที่ 6 ต่อจากบราซิล, ญี่ปุ่น, อิหร่าน และเม็กซิโก รวมทั้งเจ้าภาพรัสเซียที่จะลงศึกทัวร์นาเมนต์เวิลด์ คัพ 2018 รอบสุดท้ายอย่างแน่นอน และกลายเป็นชาติแรกของยุโรปที่ผ่านรอบคัดเลือกอย่างเป็นทางการ จากการออกไปเยือนกรีซแบบสวยหรูแซงชนะหวุดหวิด 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 22 คะแนนจาก 8 นัด ทำให้คว้าแชมป์กลุ่ม H ไปลุยฟุตบอลโลก 2018

กองเชียร์ เบลเยียม

จากฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่ง พร้อมกับแนวรับ-รุกที่เล่นได้ดุดัน และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพทำให้ทีมชาติเบลเยียมก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของโลกได้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับ FIFA World Cup Russia 2018 ต้องตามลุ้นกันกันต่อไปว่าทีมชาติเบลเยียมจะสามารถเก็บชัยชนะในครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่