เดอ บรอยน์

ฉุนจัด เดอ บรอยน์ จัดเต็มบ่นอุบทีมชาติเบลเยี่ยมแผนแย่ ทำเจ๊าเม็กซิโก

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางตัวเก่งจากทีมแมนฯ ซิตี้ และทีมชาติเบลเยี่ยม แสดงความเห็นถึงแผนการเล่นทีมชาติเบลเยี่ยม ในเกมพบกับทีมชาติเม็กซิโกว่ามีปัญหามากมายที่ต้องรีบแก้ไข โดยกองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมกล่าวถึงแท็กติกของทีมในเกมนี้ในเชิงตำหนิ หลังจากที่พวกเขาทำได้เพียงเสมอเม็กซิโกไปอย่างยากลำบาก 3-3  ซึ่งทีมชาติเบลเยี่ยมเพิ่งผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียด้วยผลงานไร้พ่าย ชนะรวดใน 6 นัดหลังสุด ทำให้พวกเขาจบรอบคัดเลือกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มที่มีคะแนนห่างอันดับสองถึง 9 คะแนน ทว่ากลับทำได้เพียงเสมอเม็กซิโกแบบหืดจับ ทั้งที่ทีมชาติเบลเยี่ยมของเขาขนผู้เล่นชื่อดังลงสนามมากมาย

“เม็กซิโกก็มีแค่แท็กติกที่ดีกว่า ระบบของพวกเขาทำให้กองหลัง 5 คนของเราต้องถอยลงต่ำ และเราก็เสียท่าในแผงกองกลาง เมื่อต้องเจอสถานการณ์ 5 ต่อ 7 คน เราต้องพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวมากเกินไป ตราบใดที่เรายังไม่มีระบบแท็กติกที่ดี เราก็จะเจอปัญหากับทีมอย่างเม็กซิโก มันน่าเสียดายที่เราก็ยังหาทางออกไม่ได้ แน่นอนเราเล่นกันด้วยระบบที่โดยหลักการแล้วเน้นเกมรับมาก แต่กลับเต็มไปด้วยผู้เล่นเกมรุกที่ต้องการได้บอล คุณก็เลยเจอปัญหา เหมือนอย่างที่เจอเม็กซิโก มันเป็นเกมที่เราได้ครอบครองบอลน้อยมาก ทุกคนในระบบไม่เหมาะกันเลย เรารู้แล้วว่าบางอย่างต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อเจอทีมแบบนี้ แต่ถึงแม้มาร์ติเนชจะตัดสินใจแล้ว ผมคิดว่าโค้ชควรต้องหาทางออกเพื่อให้เราเลี่ยงสถานการณ์ อย่างเกมที่พบกับเม็กซิโกในอนาคต”  เดอ บรอยน์ ทิ้งทาย

สำหรับ เควิน เดอ บรอยน์ ปัจจุบันถือเป็นนักเตะตัวสำคัญทั้งกับทีมแมนฯ ซิตี้ และทีมชาติเบลเยี่ยม เป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีอย่างสม่ำเสมอ จนยกระดับมาเป็นนักเตะแถวหน้าของโลกอย่างแท้จริง โดยกองกลางตัวเก่งทีมชาติเบลเยี่ยมเริ่มต้นอาชีพกับสโมสรกาแอร์เซ แค็งก์ ได้เป็นผู้เล่นตัวจริงและมีส่วนช่วยให้ทีมสามารถคว้าแชมป์เบลเยี่ยมโปรลีก ฤดูกาล 2010-2011 ได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายมาเล่นให้กับเชลซีในปี 2012 แต่ก็ต้องตกเป็นตัวสำรองเนื่องจากไม่เข้ากับแท็กติกของผู้จัดการทีมในเวลานั้น จนถูกส่งไปให้สโมสรแวร์เดอร์ เบรเมน ยืมตัวต่อมาในปี 2014 ก็ตกลงเซ็นสัญญากับโวล์ฟบวก ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ ก่อนที่จะระเบิดฟอร์มได้อย่างสุดยอด ยิงให้โวล์ฟบวกไปทั้งหมด 13 ประตู จากการลงเล่น 51 นัดจนถูกดึงมาอยู่แมนฯ ซิตี้ในปี 2015 และกลายเป็นตัวรุกระดับโลกในปัจจุบัน

     เดอ บรอยน์ ลงเล่นให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมครั้งแรกเมื่อปี 2010 จนถึงปัจจุบัน เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติเบลเยี่ยมที่เข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 และแน่นอนว่าในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย เดอ บรอยน์ จะเป็นส่วนสำคัญยิ่งให้กับทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งตอนนี้ทีมชาติเบลเยี่ยมถูกยกเป็นทีมเต็งที่มีโอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปครองด้วยเช่นกัน